แก้ปัญหาลูกติดผ้าอ้อมอย่างงอมแงม

  เมื่อ: Monday, September 3rd, 2012, หมวด เด็ก-Child     Comments Off

เป็น ปัญหาที่เชื่อว่าหลาย ๆ บ้านกำลังเหนื่อยใจกับพฤติกรรม “ติดสิ่งของ” ของลูกน้อย ไม่ว่าจะเป็นของเล่น ตุ๊กตา หรือหมอนข้าง ยิ่งถ้าเป็นเด็กที่ติด และหวงของอย่างแรงด้วยแล้ว ยิ่งเพลียหนักเข้าไปอีก เพราะการเข้าไปแยกออก อาจทำให้บ้านแตกเอาได้ง่าย ๆ เช่นเดียวกับคุณพ่อเจ้าของคำถามในสัปดาห์นี้ที่กำลังเหนื่อยใจกับพฤติกรรม ติดสิ่งของของลูกสาว โดยเฉพาะผ้าอ้อมที่ลูกสาวติดงอมแงมมาตั้งแต่เล็ก ปัจจุบันอายุ 3 ขวบแล้ว ยังต้องติดไม้ติดมือไปโรงเรียนอยู่เลย และืที่หนักไปกว่านั้น ติดจนขาดสมาธิในการเรียนเพราะมัวแต่กังวลว่าผ้าอ้อมจะหาย ในกรณีแบบนี้ คุณหมอสินดี จำเริญนุสิต กุมารแพทย์ด้านพัฒนาการ และพฤติกรรมจะมีคำตอบ และคำแนะนำดี ๆ อย่างไร ติดตามอ่านกันได้เลยครับ

ขอบคุณภาพประกอบจาก healthupdatetoday.com

คำถาม : สวัสดีครับ เนื่องจากลูกสาวผมปัจจุบันอายุ 3 ขวบแล้ว แต่แกติดผ้าอ้อมมาก ถ้าจำไม่ผิดแกจะติดผ้าอ้อมมาตั้งแต่อายุประมาณ 1 ขวบกว่าๆน่ะครับ ตอนนั้นผมยังจ้างพี่เลี้ยงอยู่เด็กจึงอยู่กับพี่เลี้ยงมากกว่าผมและภรรยา เนื่องจากผมและภรรยาเป็นพนักงานบริษัทครับ ตอนนั้นเราคิดว่าเด็กคงติดผ้าอ้อมไม่นาน เดี๋ยวก็เบื่อ แต่ปรากฏว่ามันไม่ใช่อย่างนั้นครับ เพราะนอกจากแกจะถือไม่ห่างมือแล้ว

นอจากนี้ ยังชอบเอาผ้าไปดูดในปากด้วยครับ และก็ชอบกัดมุมผ้าทำให้มุมผ้าขาด และเวลานอนก็ต้องมีผ้าอ้อมวางอยู่ข้าง ๆ หมอนด้วย ผมจะเอาออกก็ไม่ยอม จะร้องไห้ตลอดเวลาจนเราต้องยอมครับ ปัจจุบันนี้ก็ยังเป็นแบบนั้นอยู่ครับ ถึงตอนนี้ลูกสาวผมอายุ 3 ขวบแล้ว และเข้าเรียนอนุบาล 1 แล้วครับ แกก็ยังต้องเอาผ้าอ้อมติดมือไปเรียนด้วยน่ะครับ ถ้าลืมเอาไปโรงเรียนแกจะร้องให้กลับมาเอาที่บ้านเลยครับ ทำให้เวลาเรียนคุณครูก็จะแจ้งผมและภรรยาว่าลูกสาวผมไม่มีสมาธิในการเรียน เพราะมัวแต่กังวลกลัวผ้าอ้อมหาย ผมจึงอยากเรียนถามคุณหมอถึงวิธีที่จะแก้ไขว่ามีวิธีใดบ้างครับที่จะสามารถทำ ให้ลูกสาวผมเลิกติดผ้าอ้อมได้เด็ดขาดน่ะครับ รบกวนคุณหมอด้วยครับ

คุณหมอสินดี : การ ที่เด็กเล็กมีผ้าห่ม หมอนเหม็นประจำตัว หรือตุ๊กตาที่ต้องกอดไว้ตลอด ถือว่าเป็นพัฒนาการด้านอารมณ์ที่ปกติของเด็กนะคะ เพราะวัยนี้มีการเปลี่ยนแปลงจากการพึ่งพิงผู้ใหญ่ตลอดมาเป็นการที่ตัวเอง เดินไปไหนมาไหนได้หรือมีภาวะพึ่งพิงน้อยลง ซึ่งบางครั้งความสามารถใหม่นี้ก็ทำให้เด็กรู้สึกสับสนและต้องการสิ่งยึด เหนี่ยวทางใจที่สำคัญภาวะนี้ไม่ได้หมายถึงความอ่อนแอทางจิตใจนะคะ หากแต่เป็นการแสดงว่าเด็กเรียนรู้วิธีที่จะปลอบใจตนเองได้ เมื่อโตขึ้นเด็กกลุ่มนี้ก็มักเลิกได้และเขาก็จะหาวิธีอื่นมาจัดการกับความ เครียดเองได้

กรณีของคุณพ่อ ต้องบอกตามตรงว่า การ จะให้เด็กหยุดทันทีโดยไม่ได้เตรียมการไว้ก่อนเป็นเรื่องที่ยากมาก นักวิชาการบางท่านถึงกับกล่าวว่า หากเราหักดิบเลยก็เป็นการทำร้ายจิตใจเด็กเพราะเหมือนอยู่ดีๆเราไปพรากเด็ก จากของที่เขารักหรือผูกพันโดยที่เขาก็ไม่เข้าใจเหตุผลว่าทำไม หมอจะขอแนะนำเทคนิคที่พ่ออาจไปลองใช้ดูก่อน เช่น หาของมาสลับให้เด็ก ที่เล็กๆหรือสามารถพกติดตัวได้ หรือบางคนก็บอกว่าให้ตัดผ้าออกมาชิ้นเล็กๆอันหนึ่งให้เด็กพกไปโรงเรียน กลับมาบ้านถึงยอมให้ผ้าห่มได้ เมื่อทำเช่นนี้เด็กมักจะค่อย ๆ เลิกเองได้เมื่อโตขึ้น

แต่ถ้าไม่สำเร็จจริง ๆ หมอมองว่า ลองปล่อยวางและอาจใช้วิธีไม่ถามถึง ถ้าอยากได้ก็หยิบให้ วันไหนไม่ร้องขอก็เฉย ๆ ไป ช่วงก่อนนอนหากเป็นไปได้ลองเล่านิทาน หรือคุยกันเบา ๆ สบาย ๆ เพื่อให้เด็กรู้สึกว่าแค่มีพ่อแม่อยู่ใกล้ ๆ ก็อุ่นใจ ต่อไปการต้องพึ่งพาผ้าห่มก็จะลดลงเรื่อยๆจนเลิกได้ค่ะ หลักการคือ พ่อแม่ต้องแสดงความรักแก่ลูก เช่นกอด เล่น คือมีเวลาคุณภาพร่วมกันในครอบครัว เพื่อที่สิ่งเหล่านี้จะได้เป็นแรงหนุนให้เด็กมีความแข็งแกร่งทางจิตใจค่ะ

แท็ก คำค้นหา

  เมื่อ: Monday, September 3rd, 2012, หมวด เด็ก-Child     Comments Off
1

เรื่องใหม่ล่าสุด

เรื่องฮิต ติดอันดับ

Comments are closed.

ห้ามแสดงความคิดเห็น หรือใช้ข้อความ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย ระบบมีการบันทึก IP Address, ข้อมูลผู้โพสต์ สามารถทำการตรวจสอบได้หากมีการร้องเรียน