ผีนางรำ

  เมื่อ: Tuesday, May 8th, 2012, หมวด เรื่องเล่า     Comments Off

ผีนางรำ

คอลัมน์ ขนหัวลุก
ใบหนาด

“ธิดานุช” เล่าประสบการณ์ขนหัวลุกจากนนทบุรีในอดีต

ดิฉัน เป็นคนจังหวัดนนทบุรีนี่เอง ถึงเทศกาลสงกรานต์มักไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนหรอกค่ะ นอกจากไปวัดทำบุญ รดน้ำผู้ใหญ่ เลี้ยงดูกันในหมู่ญาติมิตร เท่านี้ก็มีความสุขพอสมควรแล้ว

บาง ปีมีเพื่อนหนุ่มสาวจากกรุงเทพฯ มาเที่ยว เห็นเรารดน้ำท่านผู้ใหญ่ก็อยากรดบ้าง แต่อดขำไม่ได้เมื่อเห็นเขารดน้ำไป พลางก็พูดอวยพรให้ท่านอายุยืน อย่าเจ็บอย่าไข้ จะได้เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้ลูกหลานไปนานๆ

แทนที่จะรับพรกลับให้พรผู้ใหญ่เฉยเลย!

ดิฉัน จะบอกตอนเขารดน้ำเสร็จก็กลัวเพื่อนจะอาย ปีต่อมาเลยบอกให้รู้ก่อนว่าไม่ต้องให้พรท่านหรอก ท่านเป็นฝ่ายให้พรเราเอง ว่าขอให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งๆ ขึ้นไป อย่าเจ็บอย่าไข้ ขอให้ก้าวหน้าในการงานอะไรประมาณนั้น…คนที่เคยให้พรท่านเมื่อปีกลายได้แต่ เอียงอายไปตามๆ กัน

พูดถึงเมืองนนท์ ส่วนมากคนจะรู้จักแต่ว่าเคยโด่งดังเรื่องทุเรียน รวมทั้งผลไม้ต่างๆ ไม่ว่ามะม่วง, ส้ม, มะพร้าว ฯลฯ ความจริงจังหวัดนี้น่ะมีทั้งพื้นที่ทำนาและทำสวนพอๆ กัน คือราวหมื่นสี่พัน-หมื่นห้าพันไร่

อ้อ! ที่ว่าน่ะสิบกว่าปีมาแล้วนะคะ ปัจจุบันถูกบ้านจัดสรร, ตึกแถว, คอนโดฯ และห้างสรรพสินค้ารุกรานจนเรือกสวนไร่นาเหลือน้อยลงทุกที…เมื่อสิ่งที่ เรียกว่าความเจริญบุกรุกเข้ามา

ยายดิฉันเคยเล่าให้ฟังว่าสมัยก่อนเรา ทำนาได้ข้าวแล้วก็จะใช้ควายลากเลื่อนไปเข้ายุ้งฉาง เมื่อเหลือจากการเก็บไว้กินและทำพันธุ์แล้วถึงจะขาย โดยขนข้าวใส่เรือพายไปส่งโรงสี มีปัญหาตรงน้ำขึ้น-น้ำลง (แต่ก่อนเรียกน้ำเกิด-น้ำตาย) ที่เอาแน่นอนไม่ได้เลย

น้ำลงมากก็ต้องเข็นเรือ หรือไปไม่ไหวจริงๆ ก็ต้องขอแรงเพื่อนบ้านช่วย “ลงแขก” หาบข้าวไปส่งโรงสีกันละค่ะ

ต่อ มาเคยได้ยินแต่เขาว่าลงแขกดำนา, เกี่ยวข้าว เท่านั้น…สงสัยจะมีที่จังหวัดนนท์บ้านดิฉันนี่แหละค่ะ ที่มีตั้งแต่การดำนา, ดายหญ้า, เกี่ยวข้าว, นวดข้าว…ไปถึงการลงแขกหาบข้าวขึ้นจากเรือเดินไปส่งถึงโรงสีด้วย!

นอกจากจะทำอาหารเลี้ยงดูผู้ที่มาช่วยงานแล้ว ยังมีพิธี “ขวัญข้าว-ขวัญลาน” โดยมีหมอขวัญมาเรียกขวัญ หรือระลึกถึงบุญคุณของแม่โพสพไงคะ

อ้อ! มีการ “ทำขวัญควาย” ไปพร้อมกันด้วย โดยอาบน้ำทำความสะอาดให้เจ้าทุย เอาหญ้าอ่อนให้กิน ใช้สายสิญจน์ผูกเขาทั้งสองข้าง มีหมอมาทำขวัญเพื่อระลึกถึงบุญคุณของควายที่ช่วยเหลือทำนามาตลอดปี

เทศกาลไหนก็ไม่สนุกเท่าวันสงกรานต์ไปได้หรอกค่ะ

เริ่ม ตั้งแต่วันที่ 13 เมษายนเป็นต้นไป จะมีการทำบุญและสรงน้ำพระ แล้วแต่ทางวัดจะกำหนดวันไหน อาจจะนานตั้ง 3-4 วันก็ได้ โดยวันสรงน้ำพระจะสนุกที่สุด จำได้ว่ามีการละเล่นหลายอย่าง ล้วนแต่น่าสนุกทั้งนั้น เช่น ซ้อมตำข้าว, แม่ศรี, ช่วงชัย, ช่วงโยน, มอญซ่อนผ้า, ชักเย่อ, ผีสาก, ผีครก…สารพัดละค่ะ

โดยเฉพาะผีนางรำนี่ทั้งสนุกและน่ากลัวอย่างบอกไม่ถูก!

พวก เราจะไปจัดพิธีผีนางรำกันกลางทุ่งนาใกล้ๆ วัด มีการปักธงแดงหรือธงชาติบนลานที่จัดไว้ โดยตอนเช้าจะไปทำบุญ เสร็จแล้วชาวบ้านก็จะมาชุมนุมกันที่ลานเพื่อเล่นผีนางรำ

เท่าที่เคยเห็นตอนเด็กๆ ผู้หญิงหรือคนทรงที่จะมาเป็นนางรำแทบจะไม่ซ้ำหน้ากันเลย

มีลูกเต้าวุ่นวายบ้าง ย้ายถิ่นฐานไปบ้าง ตายเพราะถูกงูกัดบ้าง คนทรงที่จะมาเล่นผีนางรำจึงเปลี่ยนหน้ากันมาตลอด

พอ ได้เวลาก็มีคนทรงชื่อน้าบัวลอยแต่งชุดนางรำ นุ่งโจงกระเบน ห่มผ้าสไบเฉียงสีเขียวสวยงาม ชาวบ้านที่อยู่รอบๆ วงก็จะช่วยกันร้องเพลงเพื่อเชิญผีให้มาเข้าทรง ท่ามกลางสายตาของเด็กๆ ที่จ้องมองตาโพลง

สายลมพัดซ่า นางรำที่ยืนนิ่งเริ่มขยับตัว…ผีมาเข้าทรงแล้ว!

ทัน ใดนั้นน้าบัวลอยหรือนางรำก็จะทอดแขนร่ายรำช้าๆ ก้าวขาเยื้องกรายได้จังหวะอย่างงดงาม…บรรยากาศดูเยือกเย็น พร่ามึนเหมือนเราพลัดหลงเข้าไปในโลกแห่งความฝัน หรือจินตนาการเร้นลับอย่างบอกไม่ถูก

ใบหน้าขาวโพลนของนางรำที่เชื่อ ว่าถูกผีสิงก็ยิ้มแย้มปากแดง พยักพเยิดกับคนนั้นคนนี้ จนกระทั่งมีเสียงเอะอะครวญคราง ใครไม่รู้ 3-4 คนร้องขึ้นว่า…นังศรี…นังศรีนี่นา!

เขาหมายถึงน้าศรีที่ถูกงูกัด ตายเมื่อปีกลาย ดิฉันเองก็จำได้ว่าเมื่อครู่นี้เห็นเป็นหน้าน้าศรีชัดๆ แต่ไม่ช้าก็เป็นหน้าน้าบัวลอยตามเดิม…เดี๋ยวนี้สงกรานต์เหลือแต่ทำบุญกับ สรงน้ำพระเท่านั้น แต่ดิฉันยังจำผีนางรำสมัยเด็กๆ ไม่มีวันลืมค่ะ!

แท็ก คำค้นหา

  เมื่อ: Tuesday, May 8th, 2012, หมวด เรื่องเล่า     Comments Off
1

เรื่องใหม่ล่าสุด

เรื่องฮิต ติดอันดับ

Comments are closed.

ห้ามแสดงความคิดเห็น หรือใช้ข้อความ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย ระบบมีการบันทึก IP Address, ข้อมูลผู้โพสต์ สามารถทำการตรวจสอบได้หากมีการร้องเรียน